สีผึ้งพรหม มหาโสฬส

17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สีผึ้งพรหม มหาโสฬส

สีผึ้งพรหม มหาโสฬส
----------------------------------
เมื่อวันที่ 12 เมษา ที่ผ่านมา ซึ่งมันตรงกับวันเสาร์ 15
ในวิชาไสยศาสตร์ ถือว่าเป็นวันเสาร์ 5 ใหญ่
ซึ่งแข็งมาก เสาร์วันนั้นยังเป็นวันที่พระอาทิตย์ตั้งฉากด้วย
ตั้งฉากในบริเวณวิหารเซียนมันตระสยาม ถือเป็นอะไรที่
สอดคล้องกัน ในแนวทางของวิชาทางดาราศาสตร์โหราศาสตร์
แล้วก็ไสยศาสตร์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดในวันนั้น
เราได้ทําการหล่อพระพรหม ซึ่งชื่อว่า พรหมธงชัย
ซึ่งที่มาที่ไปของพรมธงชัย หลายๆคนก็คงอาจจะรู้แล้ว
ที่ฟังมาจากหลายๆ คลิป แต่สิ่งสําคัญของการหล่อพระพรหม
ในครั้งนี้ก็คือว่า เราได้หล่อพระพรหมครั้งนี้
พร้อมกับทําพิธีหนุนดวง หรือยกดวงตามคัมภีร์มหาปัจมังสิทธิ
ตามตําราของวิชาทางไทยใหญ่เชียงตุง
ที่เป็นของครูบาเสือพระสิงห์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทํา
แล้วก็ได้ทําการทําพิธียกดวงเอาไว้ถึง 3 วัน 3 คืนเต็ม
เราได้ไปทําการ เก็บธง หรือว่าปรับธาตุดวงในคืนของวันที่
เป็นวันพญาวัน ก็คือวันที่ 16 เราก็ได้ไปทําการเก็บ
.
ปีนี้วันพญาวัน เราจะขอพูดถึงวันพญาวันนิดนึง
วันพญาวัน โดยปกติของทุกคนทั่วไป คิดว่าวันที่ 15
คือวันพญาวัน โดยปฏิทินมันจะเป็น 13 เป็นสงกรานต์ 15
เป็นพญาวัน ถ้าคุณยึดปฏิทินนั่นคือถูกต้อง แต่ถ้าเกิดว่า
คุณยึดพลังงานจริงบนฟ้า แบบบูรพาจารย์โบราณ
สมัยก่อน มันไม่มีปฏิทินหรอก ครูบาอาจารย์ในสมัยอดีต
อาศัยการดูดาวดูพระอาทิตย์ดูพระจันทร์
แล้วก็ดูวิธีการข้ามเข้าสู่ราศีอย่างถูกต้อง
.
ในวันที่ 16 ถือเป็นวันที่เข้าสู่วันพญาวันของจริง
ตามฤกษ์ของดวงดาวกับพระจันทร์ที่ข้ามราศีเข้ามา
เพราะฉะนั้นเนี่ยในปีนี้ถ้าอยากจะถูกต้องเนี่ย
วันพญาวันก็จะตรงกับวันที่ 16 เมษายน
ในฤกษ์ของวันพญาวันที่ เราได้เก็บธง
ในเที่ยงคืนของวันที่ 16 เรานับตามตําราโบราณ
เขาจะนับยาม เขาจะนับเป็นยามยาม
แล้วก็ยามที่เราเก็บธงเนี่ย
เป็นยามแห่งการหนุนเนื่องและเฟื่องฟู
สําหรับคนที่กระทําการที่เป็นมงคล
มันก็จะตรงกับฤกษ์ยามที่เรา
ได้วางเอาไว้ทุกประการ
.
ส่วนวันนี้เนี่ยที่เราได้พูดถึงเนี่ย
มันจะมีวัตถุธาตุสิ่งหนึ่ง
ซึ่งมันจะได้มาตอนที่เราหล่อพรหม
ก็คือตอนสํารอกเทียนหรือหุ่นขี้ผึ้งพรหม
อันเนี่ย มันมันสอดคล้องเป็นไปตามตํารา
โบราณตามที่บูรพาจารย์ ได้พูดกันมา
ทุกยุคทุกสมัยของวิชาที่เรียนมาในสายพรหม
.
การที่เราจะหล่อพระแน่นอนมันต้องเกิดมาจากฝุ่นเทียน
แล้วก็นํามาพอกพูน เพื่อทําเพื่อทําต้นพิมพ์
มันจะมีช่วงขั้นตอนหนึ่งที่เรียกว่าการสํารอกเทียน
ก็คือสํารอกเทียนที่เราปั้นพรหมออกมา
การที่เราสํารอกเทียนที่เราปั้นพรหมออกมา
ก็เพื่อเราจะต้องเทเนื้อโลหะเข้าไปในพื้นที่แทน
เทียนที่เราได้มาเนี่ย เป็นรูปลักษณ์ในพรหม
มันก็เปรียบเสมือนเป็นพรมม
เป็นการกําเนิดของพรมขึ้นมาประเภทหนึ่ง
บูรพาจารย์โบราณ เนี่ยเค้าก็เลยให้เอาเทียน
ที่เป็นต้นแบบของหุ่นขี้ผึ้งที่เราจะหล่อ
นํามาเป็นหัวใจแห่งการทําของวิเศษชนิดหนึ่ง
ที่เกี่ยวกับพรหม ตําราโบราณก็คือเขาจะเอาเทียน
มาทําเป็นสีผึ้ง ที่ใช้พกติดตัว หรือจะใช้ทาปาก
หรือพกไปไหนมาไหนก็ได้
ไม่จําเป็นต้องเอามาทาปากอย่างเดียว
เราก็ได้นําสีผึ้งที่เป็นหัวใจพรหม
มาทําการหล่อหลอมผสมกับสีผึ้งมหามงคล
ที่เราทําไว้ก่อนหน้านี้ ว่าด้วยเรื่องการเชิญเทพ
เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาในสีผึ้ง
แล้วก็นําสีผึ้งพรหมไปผสมรวมกัน
เพราะฉะนั้นวัตถุมงคลวันนี้มันจะเป็นอะไรไปไม่ได้
ก็คือสีผึ้งแน่นอน แต่สีผึ้งนี้มีความเป็นมา
เป็นไปยังไงเนี่ยวันนี้ เราจะมาอธิบายขยายความ
ให้คุณเข้าใจว่าทําไม บูรพาจารย์โบราณ
ถึงใช้สีผึ้งแล้วสีผึ้ง ทําไมถึงมีคุณวิเศษ
รวมถึงทําไมสีผึ้งถึงมาสมานแผลที่เกิดรอยร้าว
รอยแตก รอยแยกในร่างกายคนได้
เราจะมาบอกเล่าให้คุณฟังถึงเกี่ยวกับ
ความเป็นมาเป็นไปของสีผึ้ง
.
หากคุณเห็นสีผึ้ง คุณก็จะรู้จักแหละทุกคนจะรู้จักขี้ผึ้งหมด
แต่ขี้ผึ้งมันมีหลายประเภทมาก ขี้ผึ้งที่มันเป็นรังอ่ะ
ถ้าในขณะที่มันเป็นรังและมีน้ําหวานอยู่
คุณไปบีบมันก็จะดิ้น แต่ถ้าคุณไปสกัดเอาน้ําหวานออก
แล้วเหลือเฉพาะขี้ผึ้งเนี่ย แน่นอนมันก็จะแข็ง
กรรมวิธีก็คือทุกคนจะต้องใส่ไขมันต่างๆ ที่แล้วแต่
ใครจะเจียระไนใส่เข้าไป หรือน้ํามันต่างๆ
ใส่เข้าไปเพื่อทําให้มันกลับมา นิ่มอีกครั้งหนึ่ง
.
ส่วนกรรมวิธีในการทําสีผึ้งก็จะมีการใช้สมัยก่อน
ก็จะมีแค่ว่าเอาขี้ผึ้งแท้ มาผสมกับน้ํามันเท่านั้น
แต่ปัจจุบันเนี่ยด้วยการที่วิทยาศาสตร์มันก้าวหน้า
ก็มีการเอาสารเคมีบางประเภทมาใส่
เพื่อทําให้มันนิ่มละลายเพื่อประหยัด
.
เพราะน้ำมันน่ะแพง แล้วไม่สามารถกําหนด
หรือกะเกณฑ์ในการที่คุณภาพให้มันนิ่มมันแข็งได้
ไอ้สภาวะที่เมื่อมันเสร็จเป็นสีผึ้งแล้วเนี่ย
มันก็คือเป็นสภาสภาวะเดียวกับง่วนดิน
หลายคนก็งงแล้วอะไรคือง่วนดิน
.
กลับไปหาเรื่องพรหมใหม่ ง่วนดินเนี่ยก็คือเขาบอกว่า
บูรพาจารย์โบราณเนี่ย ครั้งแรกแน่นอนก็เป็นฤๅษี
เป็นพราหมณ์ เขาได้บอกว่าโลกเราเนี่ยมันไม่มีอะไรเลย
มันมีแค่น้ำอย่างเดียว แล้วเกิดการกระฉอก
ก็คือโลกเราเนี่ยมีการขยับ
ขยับขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวจนน้ำเนี่ย
มันกลิ้งไปมาไปมาไปมา ไอ้ผงตะกอนที่มันตกอยู่
บนผิวน้ำเนี่ย มันก็เลยตกตะกอน
แล้วก็กลายมาเป็นรูปร่างที่นวล ก็คือนิ่มนวล
สามารถจับได้ ปั้นได้เหมือนขี้ผึ้งหรือดินน้ํามัน
.
นี่แหละคือที่มาของขี้ผึ้งตามตําราโบราณ
ที่ว่าทําไมขี้ผึ้งถึงเป็นของคุณวิเศษ พราหมณ์โบราณ
บูรพาจารย์โบราณ เขาเห็นแบบนี้ว่าขี้ผึ้งมันคือ
เศษส่วนของง่วนดิน และตัวของง่วนดินนี่แหละ
ที่มันเป็นตัวเหนี่ยวนําไปซึ่งกิเลส ซึ่งกิเลสทุกประเภท
.
ทําไมง่วนดินถึงเป็นถึงเป็นตัวเหนี่ยวนำกิเลส
จิตวิญญาณในสมัยอดีตคือ จิตวิญญาณพรหม
เป็นจิตวิญญาณแรกที่เกิดขึ้นในโลก
แล้วเกิดขึ้นมาพร้อมกับโลกด้วยซ้ำไป
แต่พอเกิดง่วนดิน มันมีกลิ่นหอมเห็นไหม
ขี้ผึ้งมันจะมีกลิ่นหอม มันมีรส มันมีกลิ่นหอม
แล้วมันก็ยังมีรสชาติ รวมถึงมันยังมีสัมผัสที่ไม่เหมือนน้ำ
มันเป็นตัวที่สร้างกิเลสเลย มันเป็นตัวที่สร้างกิเลส
ให้พรหมที่เป็นจิตวิญญาณละเอียด
ให้เป็นจิตวิญญาณระดับหยาบขึ้น
จากที่เคยละเอียดละเอียดก็กลายเป็นหยาบ
จนแสงสว่างในตัวเองเนี่ยหายไป หายไปจนโลกเนี่ย
กลับมาสู่สภาวะมืดมิด เมื่อตอนครั้งแรกโลกสว่างไสว
เพราะมีจิตวิญญาณแห่งพรหมอยู่เต็มพื้นโลก
พอเกิดง่วนดิน พรหมต่างๆ ก็เกิดการเอามือไปจับ
เอาลิ้นไปชิมเอามือไปขยําแล้วก็ดมมีกลิ่น
.
สภาวะอายันตะนะมันเลยเกิดขึ้น
มันก็เลยเกิดสภาวะที่มืดหยาบทําให้จิตวิญญาณ
ที่ละเอียดนี่มันหยาบ
พอมันหยาบเสร็จปุ๊บ มันเกิดอะไรขึ้น
มันเกิดสิ่งที่ว่า พอโลกมันมืด
พระนารายณ์ก็เลยเอาง่วนดินเนี่ยมาปั้น
เอามาปั้นสร้างเป็นพระอาทิตย์สร้างเป็นพระจันทร์
สร้างเป็นกลางวันสร้างเป็นกลางคืน
สร้างเป็นสิงสาราสัตว์สร้างเป็นสารพัดเลย
นี่แหละคือที่มาว่า หากเราจะทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เกิดขึ้นในโลก
ต้องควรปั้นมาจากง่วนดินหรือขี้ผึ้ง
.
เวลาเราทําพระเราเลยปั้นจากขี้ผึ้ง
เปรียบเสมือนว่าเราเอาง่วนดินมาสร้าง
มาสร้างพระอาทิตย์พระจันทร์สร้างกลางวันกลางคืน
สร้างฤาษี สร้างกินนอน สร้างราชสี สร้างฤาษี
สร้างคน สร้างทุกสรรพสิ่งในโลกเนี่ย
บูรพาจารย์โบราณเนี่ย เค้าก็เลยเอาขี้ผึ้งซึ่งเปรียบเสมือน
เป็นง่วนดินคือมันจะเหลวก็ไม่เหลว จะมันแข็งก็ไม่แข็ง
หนําซ้ํามันมีกลิ่นหอม เอาลิ้นแตะมันก็ยังมีรสหวาน
เพราะมันมาจากน้ำผึ้ง
บูรพาจารย์โบราณก็เลยบอกว่าขี้ผึ้งเนี่ยคือง่วนดิน
แต่ น้อยคนที่จะรู้ว่า การจะทําสีผึ้ง
ซึ่งมีพุทธคุณรุนแรงที่สุด ขี้ผึ้งอันนั้นอ่ะ
มันต้องมาจากการสร้างพรหม
เพราะพรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกครั้งแรก
ทุกสรรพสิ่งกําเนิดจากพรหม
และก็กลับคืนสู่เป็นอัตมันกลับสู่ปรมัตถ์ตามัน
หาความเป็นจุดเดิม ไปเป็นหนึ่งเดียว
กับพระผู้เป็นเจ้าก็คือพรหม
.
เพราะฉะนั้นสิ่งที่สร้างกิเลสสิ่งที่สร้างทุกสรรพสิ่งในโลก
สิ่งที่สร้างทุกอย่างที่เราอยากได้ มันมาจากง่วนดินทั้งนั้น
บูรพาจารย์โบราณ เวลาเขาจะหล่อจะสร้างอะไรขึ้นมา
เขาถึงใช้ง่วนดิน
.
อะไรที่เป็นตัวสร้างกิเลส
มันมักจะอยู่ในขี้ผึ้ง เช่น สีผึ้งทาปากสีผึ้งพกติดตัว
ไปค้าขาย สีผึ้งโชคลาภ รวมถึงน้ำมันต่างๆ
ก็ถูกคั้นมาจากสีผึ้งทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเนี่ย
วิชาการทําสีผึ้ง ในแบบฉบับของพราหมณ์โบราณ
ขี้ผึ้งตั้งต้นเนี่ย มันต้องมาจากการหล่อพรหม
.
แล้วพรหมองค์นั้นที่เราทําการหล่อเนี่ย
อันนี้ความลับด้วยนะ มันต้องหล่อในวันเสาร์ 15 เท่านั้น
เราไม่เคยบอกว่าทําไมต้องหล่อเสาร์ 15 น่ะ
แต่เนี่ยเราจะมาขยายความให้ฟัง
เพราะว่าการที่ปั้นพระจันทร์ครั้งแรกมันเต็มดวง
ปั้นให้เป็นพระจันทร์ ปั้นให้เป็นป้าอาทิตย์ มันเต็มดวง
เพราะฉะนั้นเนี่ยการจะเกิดพระจันทร์ครั้งแรกเนี่ย
มันต้องจันทร์เต็มดวง
อ้าว!! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวันเสาร์
วันเสาร์เนี่ย ดาวเสาร์กับดาวจันทร์เนี่ย
ถ้ามาอยู่ด้วยกัน มันก็เปรียบเป็นพระอาทิตย์กับพระจันทร์
.
มันเป็นพระอาทิตย์กับพระจันทร์แล้วพระเสาร์เนี่ย
มันได้เงา อันนี้เป็นความลับสวรรค์ของพราหมณ์เลยนะ
แล้วก็เป็นความลับสวรรค์ของคนเรียนไสยศาสตร์
แบบต่อมือจากครูบาอาจารย์
คนทุกคนรู้ว่าพระเสาร์เนี่ย ทอดเงาไปหาใครก็ตาย
แต่มีใครรู้บ้างว่าเงาแห่งพระเสาร์ได้มาจากไหน
เงาของพระเสาร์ได้มาจากพระจันทร์ที่ลดทอนลง
ก็คือเมื่อไหร่ที่พระจันทร์ 1 ค่ำ เท่ากับหายไป 14
กําลัง 14 นั้นจะไปอยู่ในพระเสาร์
พระจันทร์ 2 ค่ํา 13 ซึ่งอยู่ในพระเสาร์
.
ในเมื่อจันทร์ 15 คือจันทร์ที่มีกําลังเต็มดวงเนี่ย
พระเสาร์จะเป็นศูนย์ จันทร์ 15 ในวันเสาร์เนี่ย
ถือว่า ไม่มีสิ่งใด มาทําภยันตรายได้
และตัวพระจันทร์เองก็ยังมีกําลังจนถึงสูงสุด
ที่ว่าเสาร์ 15 ถึงเป็นฤกษ์ที่สําคัญมาก
ในวิชาไสยศาสตร์ทุกประเภท นี่คือที่มาของเสาร์ 15
.
และเสาร์ 15 เนี่ย เหมาะแก่การหล่อพระพรหม
ไม่เหมาะกับการเสกของเมตตา แต่เหมาะกับการ
เสกของที่ประหัตประหาร ประหัดประหาร เช่น
มีดหมอ มีดทั้งหลายที่เป็นอาวุธเข่นฆ่าทุกประเภท
ฤกษ์ที่ดีที่สุดคือฤกษ์เสาร์ 15
เป็นฤกษ์ที่มีพลังในการเข่นฆ่ารุนแรงที่สุด
เพราะว่าเป็นเริ่มต้น เป็นการเริ่มต้นที่เกิดดาวเสาร์
ซึ่งพร้อมที่จะมีกําลังไปเข่นฆ่าประหัตประหารทุกอย่าง
นี่คือวิชาที่เขาส่งทอดมาแบบปากต่อปากไม่มีในตํารา
ไม่มีในกูเกิ้ลทุกประเภทไปหาได้
ไม่มีหรอก แต่ ณ ตอนนี้มีแน่ เพราะอาจารย์พูดแล้ว
.
เราอยากจะบอกว่า ของวิเศษที่เกิดขึ้นมาในโลกชิ้นแรก
คือง่วนดิน ง่วนดินทำปฏิกิริยากับจิตวิทยาชิ้นแรกคือพรหม
เพราะฉะนั้นสีผึ้ง ถ้าเป็นสีผึ้งพรหมเนี่ย
สีผึ้งที่มาจากการหล่อพระพรหม เป็นสีผึ้งที่ทําตาม
ตําราพรหมโบราณพรหมเนี่ย จิตวิญญาณแห่งพรหมเนี่ย
จะมีสูงสุดในวิชาดาราศาสตร์ ก็คือที่ว่าด้วยเรื่องดวงดาว
ก็คือโสรส โสฬสมหาพรหม 16 ชั้นฟ้า 15 ดิน 14 ชั้นบาดาล
ว่าด้วยเรื่องฟ้าดินเนี่ย มันสูงสุดก็คือโสฬสก็คือ 16
มันยังมีคาถาว่าชั้นบนจบโสรฬ ชั้นล่างจดนาคะนาคัน
ก็คือชั้นบนเนี่ย สูงสุดคือโสรฬ
ชั้นล่างจดบาดาล ก็เพราะฉะนั้นเนี่ย วิชาการทําสีผึ้งพรหม
สูงสุดแห่งวิชาทําสีผึ้ง พรหมก็คือสีผึ้งโสรฬ
ก็คือว่าด้วยเรื่องจิตวิญญาณแห่งพรหม ตั้งแต่ระดับที่หนึ่ง
จนถึงระดับที่สูงสุด 16 ก็คือว่าเรื่องการเกิดง่วนดินครั้งแรกของโลก
จนถึงขั้นเอาง่วนดินไปปั้นเป็นกลางวันเป็นกลางคืน
เป็นกินนอนเป็นราชสีห์ก็จะสีเป็นปั้นไปทุกสรรพสิ่งในโลก
.
แต่พอถ้ามาทําพระ เขาจะเรียกโสรฬมหาพรหม เพราะว่า
เป็นการทําทุกสรรพสิ่งให้กลับไปสู่พรหม
คราวนี้มันจะกลับกันนิดนึง แต่เราจะเคยได้ยินแค่คําว่าโสฬส
ถ้ากลับกันว่าโสรสมหาพรหมเนี่ย
แสดงว่าเขาเอาทุกสรรพสิ่งเนี่ย ที่มันได้แล้วน่ะ
กลับไปหาสู่ไม่มี แต่ถ้าพรมโสฬสเนี่ย
คือเอาที่มันเสียของทุกสรรพสิ่งให้มันมี
เพราะฉะนั้นถ้าว่าในเรื่องมีเนี่ย มันก็เป็นพรหมโสรฬ
.
เพราะฉะนั้นสีผึ้งเราเนี่ยเป็นสีผึ้งพรหมโสรส
ที่เราสร้างตามตําราวิชาพราหมณ์โบราณ
คุณวิเศษ ก็คือดีทั้งเรื่อง อยากได้ทุกอย่าง
พกติดตัวเนี่ย มันจะทําให้เราได้ทุกอย่างที่มันมีอยู่ในโลก
เพราะว่ามันเป็นพรหมหรือจิตวิญญาณ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก
และจิตวิญญาณพรหม มันไม่ได้มีจิตวิญญาณเดียว
มันมีเป็นอนันต์ คนโบราณเขาบอกมีเป็นอนันต์
.
เพราะฉะนั้นเนี่ยทุกสรรพสิ่งในโลกที่เราอยากได้เนี่ย
มันอยู่ในง่วนดินแห่งการประถมครั้งแรก
ของการเกิดง่วนดินตามตําราวิชานี้
เพราะฉะนั้นในสีผึ้งของเราเนี่ย
มีสารตั้งต้นคือขี้ผึ้งของพรหมธงชัยที่เราหล่อ
มีสารรอลงมาก็คือมีสีผึ้งพรายตานีกับสีผึ้งมหามงคล
ที่เรานํามาผสมรวมกัน ทําไมถึงเป็นพรายตานี
เพราะสีพึ่งพรายตานี มันจะต้องทําการเขี้ยว
ในวัน 15 ค่ํา เดือน 12 ลอยกระทงที่ตรงกับวันจันทร์
แล้วก็สีผึ้งมาหาสีผึ้งมหามงคลเนี่ย
มันเป็นสีผึ้งที่รวมความเป็นมงคลของเทพเทวดา
เอามารวมกันแล้วก็ผสมกับสีผึ้งที่เป็นพรหม
อย่างที่ 4 คือผง ผงโสฬสพรหม เราก็ใส่ลงไป
ก็คือว่าในเรื่องของผงโสฬสพรหม
รวมถึงถ้าส่องดูเนี่ยมันจะมีทองคําเปลว
ทองคําเปลวเนี่ยมาจากหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
ก็คือเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ไม่อด
ยังไงก็ไม่อด เราเน้นที่ไม่อดก่อน
ไม่อดก็คือเนี่ยคือมวลสารหลัก ในการทําสีผึ้งพรหมโสฬส
เพราะฉะนั้นถามว่ามันดียังไง แค่พกติดตัวไว้
อยากได้อะไรก็ได้
พกสูงหรือพกต่ำได้หมด
ถ้าเราพกเอาไว้ อยากได้อะไรก็ได้
บางคนบอกอาจารย์เอามาทาปากทาได้ไหม
อยากทาก็ทา
.
คาถา เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
แล้วก็ทาได้เลย
.
แบ่งไม่ได้เพราะตลับนี้นี่คุมไว้ด้วยยันโสฬส
เราให้บูชาเนี่ยเพื่อจะนําเงินบางส่วนได้แล้ว
จะนําเงินบางส่วนเนี่ยมาทําที่ประดิษฐานพรหม
พร้อมกับแต่งพรหมที่หล่อๆ
ในเมื่อคุณเริ่มตั้งแต่เริ่มแรก
อย่างน้อยก็เริ่มตามไปจนจบด้วย มันก็จะดี
และที่สําคัญคือมันไปของวิเศษที่ทําได้แค่ครั้งเดียว
เพราะเราก็ทําพรหมนี้ ครั้งเดียวนะ
.
เขาบอกว่าเมื่อไหร่ที่พรหมเกิดเนี่ย
ฟ้าดินรับรู้ ฟ้าดินรับรู้ มันก็เป็นอะไรที่แปลกนะ
วันที่หล่อพรหมก็แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหว 4 จุดทั่วประเทศไทย
เหนือใต้ออกตกเลยนะไม่ใช่จุดเดียวนะ
เป็นแผ่นดินไหวที่เหนือใต้ออกตกเลย
รวมถึงหลังจากนั้นมาเนี่ยก็ยังเกิด
ความเป็นมงคลในพิธีมาตลอด เพราะฉะนั้นเนี่ย
สีผึ้งเนี่ยมีโอกาสแค่ครั้งเดียวครั้งเดียวในการทํา
.
บูชา ตลับละ 1,000 บาท

________________________

ร้านมีตังค์สงขลา
วัตถุมงคล อ.แขก รือเสาะ
Line ID : @meetangsongkhla
คลิ๊กลิ้งค์ด้านล่างได้เลยคะ
https://lin.ee/1TKMBgc
แอดแล้วทักเข้ามาสอบถามได้คะ
โน้ตยินดีให้บริการทุกท่านค่ะ
โทร. 089-462-0910

_____________________________

สีผึ้งพรหมมหาโสฬส คืออะไร? สีผึ้งสายพรหมจากหุ่นขี้ผึ้งต้นแบบพระพรหมธงชัย
สรุปข้อมูลสำคัญ
สีผึ้งพรหมมหาโสฬส เป็นสีผึ้งที่สร้างจากหุ่นขี้ผึ้งต้นแบบพระพรหมธงชัย
พระพรหมธงชัยหล่อในฤกษ์เสาร์ 15 ซึ่งถือเป็นฤกษ์สำคัญทางไสยศาสตร์และโหราศาสตร์
ผ่านพิธียกดวงตามคัมภีร์มหาปัจมังสิทธิ สายไทยใหญ่เชียงตุง
ผสมมวลสารสำคัญ ได้แก่ สีผึ้งพรหม, สีผึ้งมหามงคล, สีผึ้งพรายตานี, ผงโสฬสพรหม และทองคำเปลวหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
เชื่อกันว่าเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ การงาน การค้าขาย และความสำเร็จ
สามารถพกติดตัวหรือทาปากได้
มีคาถากำกับคือ "เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา"
ห้ามแบ่งสีผึ้งออกจากตลับ
จัดสร้างได้เพียงครั้งเดียวจากการหล่อพระพรหมครั้งนี้

1. สีผึ้งพรหมมหาโสฬส คืออะไร
1.1 ที่มาของสีผึ้งพรหมมหาโสฬส
สร้างจากหุ่นขี้ผึ้งต้นแบบพระพรหมธงชัย
เป็นขี้ผึ้งที่ใช้สร้างต้นแบบก่อนหล่อพระ
ผ่านกระบวนการสํารอกเทียนตามตำราการหล่อพระโบราณ
ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสีผึ้งสายพรหม
1.2 เหตุผลที่เรียกว่า "มหาโสฬส"
คำว่า โสฬส หมายถึงเลข 16
สื่อถึงพรหม 16 ชั้นฟ้า
เชื่อมโยงกับวิชาดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ และคติพราหมณ์โบราณ
สื่อถึงความสมบูรณ์สูงสุดของพลังพรหม

2. ฤกษ์การสร้างสีผึ้งพรหมมหาโสฬส
2.1 วันหล่อพระพรหมธงชัย
หล่อเมื่อวันที่ 12 เมษายน
ตรงกับวันเสาร์ 15
ถือเป็นฤกษ์ใหญ่ทางไสยศาสตร์
2.2 ความสำคัญของฤกษ์เสาร์ 15
เป็นวันที่พระจันทร์เต็มกำลัง
เชื่อว่ามีพลังทางโหราศาสตร์สูง
ใช้สำหรับพิธีกรรมสำคัญทางไสยศาสตร์
เหมาะกับการสร้างวัตถุมงคลสายพรหม
2.3 พิธียกดวง
ใช้คัมภีร์มหาปัจมังสิทธิ
สายวิชาไทยใหญ่เชียงตุง
ทำพิธีต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืน
เก็บธงในฤกษ์วันพญาวัน

3. มวลสารสำคัญของสีผึ้งพรหมมหาโสฬส
3.1 ขี้ผึ้งจากหุ่นต้นแบบพระพรหมธงชัย
เป็นมวลสารหลัก
ถือเป็นหัวใจแห่งสีผึ้งพรหม
3.2 สีผึ้งมหามงคล
ผ่านพิธีเชิญเทพเทวดา
รวมพลังแห่งความเป็นสิริมงคล
3.3 สีผึ้งพรายตานี
สร้างตามฤกษ์เฉพาะ
เป็นมวลสารเสริมด้านเมตตามหานิยม
3.4 ผงโสฬสพรหม
ผงมวลสารสายพรหม
เสริมพลังตามตำราพราหมณ์โบราณ
3.5 ทองคำเปลวหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์
เชื่อกันว่าไม่อด ไม่ขาด

4. ความเชื่อเกี่ยวกับขี้ผึ้งและง่วนดิน
4.1 ง่วนดินคืออะไร
แนวคิดจากคติพราหมณ์โบราณ
เชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง
เป็นสภาวะระหว่างของแข็งและของเหลว
4.2 เหตุผลที่ใช้ขี้ผึ้งสร้างวัตถุมงคล
ปั้นขึ้นรูปได้ง่าย
สื่อถึงการสร้างสรรค์สรรพสิ่ง
ใช้เป็นต้นแบบการสร้างพระและวัตถุมงคลมาแต่โบราณ

5. พุทธคุณและความเชื่อของสีผึ้งพรหมมหาโสฬส
5.1 ด้านเมตตามหานิยม
เสริมเสน่ห์
เพิ่มความเมตตา
เจรจาเป็นที่รัก
5.2 ด้านการงาน
สนับสนุนการติดต่อธุรกิจ
เสริมความสำเร็จ
เพิ่มโอกาสทางการงาน
5.3 ด้านโชคลาภ
เชื่อว่าช่วยดึงดูดโอกาสดี
เสริมความสมหวัง
สนับสนุนด้านการเงิน
5.4 ด้านการค้าขาย
เมตตามหานิยม
ลูกค้าเอ็นดู
เจรจาง่ายขึ้น

6. วิธีใช้สีผึ้งพรหมมหาโสฬส
6.1 การพกติดตัว
พกในกระเป๋า
พกติดตัวได้ตลอดเวลา
พกสูงหรือต่ำได้
6.2 การทาปาก
สามารถทาปากได้
ใช้ก่อนการเจรจา
ใช้ก่อนพบลูกค้าหรือผู้ใหญ่
6.3 คาถากำกับ
เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา


7. ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ
7.1 ข้อห้าม
ห้ามแบ่งสีผึ้งให้ผู้อื่น
ควรใช้ทั้งตลับตามที่จัดสร้าง
7.2 ข้อควรปฏิบัติ
ใช้ด้วยความเคารพ
เก็บรักษาให้สะอาด
ไม่ควรวางในที่ไม่เหมาะสม

8. ความเชื่อเกี่ยวกับการจัดสร้าง
8.1 จำนวนการจัดสร้าง
จัดสร้างจากการหล่อพระพรหมธงชัยครั้งเดียว
เป็นวัตถุมงคลเฉพาะวาระ
8.2 วัตถุประสงค์
สมทบทุนจัดสร้างและประดิษฐานพระพรหม
ใช้ในการสืบทอดงานสายพรหม

FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1 สีผึ้งพรหมมหาโสฬสคืออะไร
สีผึ้งที่สร้างจากหุ่นขี้ผึ้งต้นแบบพระพรหมธงชัยตามตำราสายพรหม

Q2 เด่นด้านใด
เมตตามหานิยม โชคลาภ การงาน การค้าขาย และความสำเร็จ

Q3 ใช้ทาปากได้หรือไม่
สามารถใช้ทาปากได้

Q4 พกติดตัวได้หรือไม่
สามารถพกติดตัวได้ตลอดเวลา

Q5 มีคาถาหรือไม่
มีคาถา เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

Q6 สีผึ้งนี้สร้างจากอะไร
สร้างจากขี้ผึ้งต้นแบบพระพรหมธงชัยและมวลสารมงคลหลายชนิด

Q7 ทำไมต้องหล่อในวันเสาร์ 15
ตามความเชื่อถือเป็นฤกษ์ใหญ่ทางไสยศาสตร์

Q8 พกสูงหรือต่ำได้หรือไม่
สามารถพกได้ทั้งสูงและต่ำ

Q9 แบ่งสีผึ้งให้คนอื่นได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามข้อกำหนดการจัดสร้าง

Q10 มีการจัดสร้างหลายครั้งหรือไม่
จัดสร้างจากวาระหล่อพระพรหมครั้งเดียว

Q11 ผงโสฬสพรหมคืออะไร
ผงมวลสารสายพรหมที่ใช้เสริมพลังตามตำราโบราณ

Q12 ทองคำเปลวที่ใช้มาจากไหน
มาจากทองคำเปลวหลวงพ่อวัดบ้านแหลม


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้