สีผึ้งพระนางมัทรี 

21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สีผึ้งพระนางมัทรี 

สีผึ้งพระนางมัทรี 
---------------------
สีผึ้งนี้ดียังไง
สีผึ้งนี้ดีทุกอย่างไม่มีความรักอะไร
ที่บริสุทธิ์เท่าแม่รักลูกอีกแล้วในโลกนี้
.
เด็ดกว่านั้น
“ฝาตลับสีผึ้งมีคาถาบน กับคาถาล่างให้”
เหตุผลคือพอใช้ก็หยิบมาท่องได้เลย
.
ข้อห้าม "ห้ามแบ่ง" พกทั้งตลับได้ ต่ำสูงได้
.
คาถาว่าตามฝาเลย
คาถาบทบนเป็นคาถาที่ชูชกเรียก 2 กุมาร
ออกมาให้จับ
คาถาบทล่างเป็นคาถาที่ชูชก
พูดกับนางมัทรีขอลูก
.
ท่องบนก่อนแล้วท่องล่าง
ไม่ต้องท่องนะโม
.
พุทธคุณ
เน้นเกี่ยวกับเรื่องเมตตามหานิยม หรือเสน่ห์
หรือประมูลงาน เอาสีผึ้งวางไว้บนโต๊ะ
และขอในสิ่งที่อยากได้
.
วิธีใช้
ไม่ต้องป้าย ไม่ต้องแต้ม พกทั้งตลับ
....
.
ยันต์ ที่ฝาสีผึ้งเรียก ยันต์นะอกแตก
ยันต์ตัวนี้ครูบาอาจารย์หลาย ๆ คน
เอามาใช้ เอามาพูด เอามาประยุค
.
ต้นตำราการมาของยันต์นะอกแตก
ยันต์นะอกแตกตัวนี้เราจะเห็นเลยว่า
การยันต์การของยันต์
ยันต์จะเป็นรูปหัวใจก็คือเห็น
เป็นรูปลักษณ์ของหัวใจ
ในหัวใจมีตัว ณ ทั้งหมด 3 ตัว
ณ ตรงกลาง ก็คือโดนผ่าครึ่ง
ณ ซ้าย ณ ขวา บูรพาจารย์โบราณ
นะหัวตำราเป็นฤๅษีที่นั่งถือบันเฑาะก์
ของพระศิวะ บันเฑาะก์ ก็คือ 2 เพศ
มหาฤๅษีมีคุณวิเศษในเรื่อง
ควบคุมอารมณ์ของมนุษย์
เมื่อไหร่ที่ทำสีผึ้งนางมัทรีต้องบวงสรวงฤษีองค์นี้
.
ยันต์ตัวนี้ท่านมหาฤๅษีเห็นความเป็นมาเป็นไป
ในมหาชาดกของพระเวชสันดร
และก็เห็นคุณวิเศษของความรัก
ที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก
ก็คือ "ความรักของแม่ที่รักลูก"
เป็นรักที่ปราศจากทุกอย่าง
ปราศจากความอยากได้อยากมี
คือรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน
เป็นรักที่บริสุทธิ์มาก
.
โดยเฉพาะเป็นรักของพระนางมัทรี
ที่มีต่อลูก 2 คน ก็คือกัณหากับชาลี
เป็นพระมหาโพธิสัตว์
ของพระเวชสันดรด้วย
เป็นลูกที่ออกมาจากพระมหาโพธิสัตว์
.
ยันต์นะอกแตก มีตัว นะ ทั้งหมดอยู่ 3 ตัว
นะ ซ้าย กับขวา เปรียบเสมือนเป็นกัณหากับชาลี
นะ ตรงกลาง ก็คือหัวใจของนางมัทรี
เท่ากับหัวใจของนางมัทรีมีลูก 2 คน
.
แต่อุตณรงค์ที่อยู่ด้านบนเป็นตัวแทน
ของพระเวชสันดรก็คือไว้สูงสุดแห่งหัวใจตัวเอง
.
ยันต์ นะ ตัวนี้มหาฤษีท่านก็ได้บัญญัติ
ประพันธ์ขึ้นมาว่าเปรียบเสมือน
เป็นความรักที่บริสุทธิ์ แต่โดนผ่าอก
ก็คือผ่ากลาง บูรพาจารย์ในสมัยอดีต
ก็เลยเรียก นะตัวนี้ว่า “นะอกแตก”
.
นะ ตัวนี้ ครูบาอาจารย์หลาย ๆ ท่าน
หลาย ๆ รูป ในหลาย ๆ
ยุคสมัยก็ถูกเอาไปเป็นยันต์
.
ในตัวยันต์ของฝา มีเลข 7 ไทยอยู่ 2 ข้าง
ก็คือความผูกพันของแม่รักลูกคือเป็นสายใย
ที่เหนี่ยวแน่น ทำให้เกิดวัฎจักรสงสาร
เกิด วัฎ เวียนว่ายตายเกิดทั้งหมด
.
มนุษย์จะหลุดพ้นได้ก็คือ ว่าด้วยเรื่องหัวใจ
ของอภิธรรมทั้ง 7 คัมภีร์
สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ มี 7 ตัว
.
อันนี้ก็คือหัวใจของอภิธรรมทั้ง 7 คัมภีร์
เดินหน้าและถอยหลัง
ในนัยยะหนึ่งและอีกนัยยะหนึ่ง
คือกำลังของดาวเสาร์คือโทสะ โมหะ
.
ในยันต์ตัวนี้แฝงความเร้นลับ
ในยันต์ตัวนี้อย่างมากมาย
และในตำราไม่มีบันทึก เพราะสิ่งที่จะบอกต่อ
ไปนี้คือเป็นสิ่งที่อาจารย์ ก็คือ พ่อลำดวน
บอกกับปากให้จำไม่ให้จด
.
เลข 7 ไทย 2 ตัวมีความหมายว่าด้วย
เอาไว้ว่าด้วยเรื่อง โทสะ โมหะ โทสะ
7 ชนิด กับโมหะ 7 อย่าง และว่าด้วยเรื่อง
กำลังของดาวเสาร์ ว่าด้วยเรื่องหัวใจ
อภิธรรมทั้ง 7 คัมภีร์ มนุษย์ถ้าไม่เกิด
โทสะก็จะไม่เกิดวัฎฎะของการ
เวียนว่ายตายเกิด ก็คือโทสะแห่งความโกรธ
มนุษย์ถ้าไร้ความโกรธ
.
มนุษย์ถ้าหยุดความโกรธได้แทบจะหยุดทุกอย่าง
มนุษย์ถ้าหยุดซึ่งความลุ่มหลงได้
มันก็หยุดทุกอย่างได้
เพราะฉะนั้น..
ถ้าหยุดความโกรธกับความลุ่มหลงได้
ทางสายกลางก็เกิด
นี่คือสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในเลข 7 ไทย
.
วิธีทำ สีผึ้งนางมัทรี
เบื้องต้นเริ่มจากสีผึ้งก่อน
สีผึ้งต้องไปเอามาจากผู้หญิงพรหมจรรย์
ให้ได้ 7 วัน ก็คือจันทร์ อังคาร พุธ
พฤหัสบดี ศุกร์เสาร์ ก็คือ 7 วัน พอได้
.
นำสีผึ้งนี้มาเริ่มต้น
แห่งการเขียนยันต์ “นะอกแตก”
เขียนยันต์แล้วก็ละลาย
เขียนยันต์แล้วก็ละลาย
แต่ให้เริ่มต้นทำในปีที่เป็นเสาร์ 5 เท่านั้น
เพราะปีที่เป็นเสาร์ 5 มันจะมีวันจันทร์ 15 ค่ำ
ที่ขึ้นในวันพฤหัสบดี นี่คือเคล็ดเลย
ถ้าไม่เรียนไสยศาสตร์โหราศาสตร์จะไม่รู้เรื่องนี้
ปีไหนมีเสาร์ 5 ปีนั้นจะมีขึ้น 15 ค่ำ
วันพฤหัสบดีเป็นปฐมแรกของปี
.
คราวนี้ตำราเขาระบุเลยว่าการจะทำ
สีผึ้งนางมัทรี เริ่มต้นลงไหว้ครู
ไหว้ครูแห่งมหาฤาษีกะปินะ
ครั้งแรกให้ไหว้ครู ในเสาร์ 5
ในปีที่มีเสาร์ 5 ให้เริ่มทำ
ในวันพฤหัสบดีขึ้น 15 ค่ำ
.
เบื้องต้นของสีผึ้งเป็นสีผึ้งหัวใจนางมัทรี
ก็คือกำลังของดาวผู้หญิงดาวจันทร์
.
เพราะฉะนั้น ..เขาจะต้องทำในวันจันทร์
ที่มีฤทธิ์ที่สุดก็คือ วันจันทร์เต็มดวงจันทร์
วงรอบในดวงของจันทรคติก็คือขึ้น 15 ค่ำ
ขึ้น 15 ค่ำ สีผึ้งจะมีฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อ
เราทำในวันขึ้น 15 ค่ำ
.
วันพระจันทร์เต็มดวงให้เราเริ่มครั้งแรก
ในวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีนั้นจะมีเสาร์ 5
ก็คือจะทำให้ดาวเสาร์ ก็คือดาวเลข 7
ที่อยู่ในยันต์หัวใจนางมัทรีตัวแรก
ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายมือมีพลัง
.
วันเสาร์ก็เปรียบเสมือนเราต้องเริ่มทำ
ในวันเสาร์ 5 มันจะทำให้เสาร์ตัวแรก
คือดาว 7 ตัวแรกที่อยู่ใน
ยันต์หัวใจนะอกแตกมีพลัง
.
สีผึ้งของนางมัทรีนี้ เริ่มทำปี 2536
ปีนั้นเป็นปีวอกเข้าปีระกา
คือครั้งแรกคือทำ วันพฤหัสที่ 7
เดือนมกราคมขึ้น 15 ค่ำ
เดือน 2 ปีวอกเริ่มทำสีผึ้งอันนี้
.
เคล็ดอีกตัวนึงว่าด้วยเรื่องเลข 7 ตัวนี้
บูรพาจารย์ไม่มีในตำราเขาบอกปากต่อปาก
คนที่เรียนจริงว่าให้ทำยังไงกรรมวิธี
ในการทำได้บอกปากต่อปากไม่มีการบันทึก
.
บอกว่าการที่จะทำเราจะต้องทำตัวนี้
ทำเสร็จตัวนี้ให้มีพลังในการที่เราจะ
ต้องทำ 7 วันนี้ ให้มีพลังในการที่เราจะต้องทำ
ให้มันครบทั้ง 7 วัน ในขึ้น 15 ค่ำ
ซึ่งปีเสาร์ 5 มันจะมีครบเลย
.
ในปี 36 มี 15 ค่ำ อีกทีในเดือน 3 เดือนถัดไป
ก็เริ่ม 15 ค่ำ ตรงกับวันเสาร์ที่ 6 เดือนกุมภาพันธ์
ปี 2536 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ปี ปีวอก
.
และครั้งที่ 3 คือตรงกับวันที่ 7 เดือนมีนาคม
ขึ้น 15 ค่ำ วันอาทิตย์ที่ 7 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีวอก
.
และมาอีกทีคือวันอังคารที่ 6 เดือนเมษายน
ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีระกา เพราะไทยจะเปลี่ยนปี
ช่วงเดือนเมษายน
.
แล้วก็มาเป็นวันพุธที่ 5 ขึ้น 15 ค่ำ
เดือน 6 เดือนพฤษภาคม ปีระกา
.
แล้วมาอีกทีก็คือวันศุกร์ที่ 4 เดือนมิถุนายน
ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีระกา
.
แล้วใหม่อีกทีคือพิธีสุดท้ายมันจะจบที่
จันทร์เสมอ จะตรงกับวันจันทร์ขึ้น 15 ค่ำ
เดือนสิงหาคม วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม
ขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ปี เพราะปี 36
มีเดือน 8 สองรอบ ให้เริ่มทำเดือน
ในเดือนที่มี 8 สองรอบ
.
เพราะนางมัทรี มีลูก 2 คน
มีใจเป็น 2 ดวง ก็คือมี 8 สองครั้ง
เริ่มทำวันพฤหัส จบ ที่วันจันทร์
ต้องมีทุกวันครบ 7 วันที่ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ
ในเดือนที่มี 8 สองครั้งเท่านั้น
.
เหตุผล มันจะทำให้สีผึ้งใช้ได้ทุกวัน
และมีกำลังในทุกวัน
.
กวนปี 36 กวนทิ้งไว้ และมาทำอีกทีในปี 43
(7 ปี) ซึ่งมีเสาร์ 5 เหมือนกัน
(ครั้งหลังไม่จำเป็นต้องมีเดือน 8 สองรอบ)
.
เสาร์ 5 ปี 43 เริ่มวันพฤหัสเหมือนกัน
ตรงกับวันที่ 20 มกราคม 15 ค่ำเดือน 2 ปีเถาะ
และก็ครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์
ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ปีเถาะ
ครั้งที่ 3 จะเป็นวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม
ขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 ปีเถาะ
ครั้งต่อไปก็จะเป็นอังคารที่ 18 เมษายน
ขึ้น15 ค่ำ ปีมะโร ง
แล้วก็เป็นวันพุธที่ 17 พฤษภาคม
ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ปีมะโรง
แล้วก็เป็น วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน
15 ค่ำเดือน 7 ปีมะโรง
แล้วจบที่ วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม
ขึ้น 15 ค่ำเดือน 1 ปีมะโรง
.
นี่คือเคล็ดของมันการกวนสีผึ้ง
ปีนั้น 7 วัน ปี 36 กวน 7 ครั้ง
ปี 43 กวน 7 ครั้งรวมเป็น 14 ครั้งที่กวน
แต่มันแค่ 14 ครั้ง จะต้องหาฤกษ์
อุดมมงคลสูงสุด เพื่อกวนครั้งที่ 15
เป็นครั้งสุดท้ายที่กวน
.
ที่สำคัญต้องกวนให้อยู่ใน “เทศก์มหาชาติ”
ด้วยในพิธีเทศก์มหาชาติต้องเริ่มกวน
ตั้งแต่เทศก์กัณฑ์ชูชก เพราะคนที่ทำ
ให้นางมัทรีอกแตกคือชูชกเป็นคนขอ
เริ่มตั้งแต่กัณฑ์ของชูชกกันที่ 5
(มีทั้งหมด 10 กัณฑ์) หยุดช่วงในระหว่างนั้น
ว่าคาถากวนไป และมากวนอีกที
ในเทศก์ของกัณฑ์มัสรี และเอามา
ปลุกเสกอีกทีเป็นวิธีสุดท้ายในการบรรจุสีผึ้ง
.
ผงต่างไม่ว่าจะเป็นโผง เป็นดินรอยตีน
พวกไม้ทั้งหลายมันจะต้องว่าด้วยเรื่อง
ลูกร้องไห้ตามแม่ หรือแม่ร้องไห้
ตามลูกเท่านั้น เช่นน้ำมันก็จะเป็น
น้ำมันปลาพะยูนที่แม่ร้องไห้ตามลูก
เพราปลาพะยูนสมัยก่อนจะมีน้ำมัน
เขาจะต้องเอาปลาจับลูกมาและก็
เอาผิวไม้ไผ่ให้มันร้อง แอ๊ดๆๆๆๆ
และตัวแม่จะว่ายไปรอบ ๆ และ
จะมีเมือกน้ำตาออกมา
อันนั้นคือความรักของแม่รักลูก
.
และเถาวัลย์ผูกทุกชนิด
ที่มันผูกมันมัดไว้ทุกชนิด
และว่าด้วยเรื่องน้ำมันสารพัดน้ำมัน
.
ว่าด้วยเรื่องผงสารพัดผง
เขียนผงลบผงสารพัด
.
ที่สำคัญสีผึ้งนางมัทรีต้องเป็น “สีแดง”
และสีแดงต้องมาจากว่านละหุ่งแดง
ต้องมีส่วนผสมของว่านละหุ่งแดง
วิชามอญมีการทำว่าน 3 สี โดยใช้ว่านละหุ่งแดง
ต้องเป็น “สีแดง” เพราะมันเป็นเลือด
ในอกแม่ แต่สูงสุดคือจำนวนมวลสาร
ที่โหดมาก
.
กลิ่นของสีผึ้งนางมัทรี
ต้องเป็นกลิ่นของมะลิป่า
เพราะสมัยก่อนเขาจะทำเหมือนลมควันเทียน
ก็คือเอาดอกมะลิป่ามาสกัดและใส่ลงไป
และอบควันเทียนให้สีผึ้งมีกลิ่นมะลิป่า
.
เหตุผลก็คือเป็นกลิ่นตัวของกัณหาชาลี
นางมัทรี คือจะมีดอกมะลิป่า ติดตัวเลย
เพราะธรรมศาลา ที่รายล้อมที่อยู่ในป่า
ก็คือดอกมะลิป่า ทำให้กัณหาชาลี
กับนางมัสรีมีกลิ่นมะลิป่าติดตัว
ซึ่งเป็นกลิ่นติดตัวของพระนางมัทรี
.
สีผึ้ง นะอกแตก มันต้องมีกลิ่นของนางมัทรี
อยู่ในนั้นด้วย น้ำที่เป็นสีแดง ก็คือ
เลือดในอกที่แตกออกมา ในความรักลูก
.
ตอกเลข ตอกโค้ด
-------------------------------
บูชา 1,000 บาท
-----------------------------
ร้านมีตังค์สงขลา
วัตถุมงคล อ.แขก รือเสาะ
Line ID : @meetangsongkhla
คลิ๊กลิ้งค์ด้านล่างได้เลยคะ
https://lin.ee/1TKMBgc
แอดแล้วทักเข้ามาสอบถามได้คะ
โน้ตยินดีให้บริการทุกท่านค่ะ
โทร. 089-462-0910

________________________

สรุปข้อมูลสำคัญ
วัตถุมงคล: สีผึ้งพระนางมัทรี
จุดเด่น: เมตตามหานิยม เสน่ห์ เจรจา ค้าขาย ประมูลงาน
ต้นกำเนิด: วิชาสีผึ้งพระนางมัทรีและยันต์นะอกแตก
สัญลักษณ์สำคัญ: ยันต์นะอกแตก
วิธีใช้: พกทั้งตลับ ไม่ต้องป้าย ไม่ต้องแต้ม
คาถา: อยู่บนฝาตลับ
ข้อห้าม: ห้ามแบ่งให้ผู้อื่น
กลิ่นประจำตำรับ: มะลิป่า
สีประจำตำรับ: สีแดง
มวลสารสำคัญ: ว่านละหุ่งแดง ผงว่าน ผงลบยันต์ และมวลสารตามตำราโบราณ
ราคาเช่าบูชา: 1,000 บาท
มีเลขกำกับและโค้ดกำกับ

1. สีผึ้งพระนางมัทรีคืออะไร
1.1 สีผึ้งพระนางมัทรีมีจุดเด่นอะไร
เป็นวัตถุมงคลด้านเมตตามหานิยม
ใช้เสริมเสน่ห์และความเอ็นดู
นิยมใช้ด้านการค้าขาย
นิยมใช้ด้านการเจรจาต่อรอง
นิยมใช้ด้านการประมูลงาน
เชื่อมโยงกับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูก
1.2 สีผึ้งพระนางมัทรีต่างจากสีผึ้งทั่วไปอย่างไร
มีคาถากำกับบนฝาตลับ
ใช้ยันต์นะอกแตกเป็นหัวใจหลักของวิชา
พกได้ทั้งตลับโดยไม่ต้องแต้ม
มีกรรมวิธีสร้างตามตำราเฉพาะ

2. ยันต์นะอกแตกคืออะไร
2.1 ความหมายของยันต์นะอกแตก
เป็นหัวใจของวิชาสีผึ้งพระนางมัทรี
สื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูก
เปรียบเสมือนหัวใจของพระนางมัทรี
2.2 องค์ประกอบของยันต์นะอกแตก
ตัว "นะ" จำนวน 3 ตัว
ตัวนะตรงกลางแทนหัวใจพระนางมัทรี
ตัวนะด้านซ้ายและขวาแทนกัณหาและชาลี
ส่วนบนแทนพระเวสสันดร
2.3 เลข 7 ไทยในยันต์มีความหมายอย่างไร
แทนสายใยความผูกพัน
เชื่อมโยงกับหัวใจอภิธรรม 7 คัมภีร์
เชื่อมโยงกับกำลังดาวเสาร์
สื่อถึงการควบคุมโทสะและโมหะ

3. พุทธคุณของสีผึ้งพระนางมัทรี
3.1 ด้านเมตตามหานิยม
เสริมความเอ็นดู
เสริมความนิยมชมชอบ
เพิ่มโอกาสในการติดต่อผู้คน
3.2 ด้านการงาน
ใช้เสริมการเจรจา
ใช้เสริมการประมูลงาน
ใช้เสริมความน่าเชื่อถือ
3.3 ด้านการค้าขาย
ใช้ขอความสำเร็จทางการค้า
ใช้เสริมลูกค้าและการติดต่อธุรกิจ

4. วิธีใช้สีผึ้งพระนางมัทรี
4.1 วิธีใช้ที่แนะนำ
พกทั้งตลับติดตัว
วางบนโต๊ะทำงานได้
วางบนโต๊ะเจรจาธุรกิจได้
วางบนโต๊ะประมูลงานได้
4.2 ต้องป้ายหรือแต้มหรือไม่
ไม่ต้องป้าย
ไม่ต้องแต้ม
พกทั้งตลับได้เลย
4.3 การสวดคาถา
คาถาอยู่บนฝาตลับ
ท่องบทบนก่อน
ท่องบทล่างตาม
ไม่ต้องตั้งนะโม

5. มวลสารสำคัญของสีผึ้งพระนางมัทรี
5.1 สีผึ้งตั้งต้น
ใช้สีผึ้งตามตำราโบราณ
ผ่านการเขียนยันต์และละลายซ้ำหลายครั้ง
5.2 ว่านสำคัญ
ว่านละหุ่งแดง
เป็นที่มาของสีแดงประจำตำรับ
5.3 ผงและมวลสาร
ผงลบยันต์
ผงว่าน
มวลสารสายเมตตามหานิยม
มวลสารตามตำราโบราณ
5.4 กลิ่นประจำตำรับ
กลิ่นมะลิป่า
ใช้เป็นสัญลักษณ์ของพระนางมัทรี กัณหา และชาลี

6. กรรมวิธีการสร้างตามตำรา
6.1 หลักสำคัญของการกวนสีผึ้ง
อ้างอิงฤกษ์เสาร์ 5
ใช้วันขึ้น 15 ค่ำ
กวนตามฤกษ์ที่กำหนดในตำรา
6.2 จำนวนครั้งในการกวน
กวนรวมหลายวาระ
เน้นความครบถ้วนของกำลังทั้ง 7 วัน
มีการปลุกเสกตามพิธีมหาชาติ
6.3 พิธีกรรมสำคัญ
ไหว้ครูมหาฤาษีกะปินะ
ปลุกเสกในพิธีเทศน์มหาชาติ
ใช้คาถาเฉพาะสายวิชา

7. ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ
7.1 ข้อห้าม
ห้ามแบ่งสีผึ้งให้ผู้อื่น
ควรพกทั้งตลับ
7.2 ข้อควรปฏิบัติ
เก็บรักษาให้สะอาด
อาราธนาด้วยความเคารพ
ใช้ตามแนวทางที่ผู้สร้างแนะนำ

8. ความเชื่อตามตำราโบราณ
8.1 ความเชื่อด้านความรัก
อ้างอิงความรักของแม่ที่มีต่อลูก
ถือเป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด
8.2 ความเชื่อด้านเมตตา
เชื่อว่าช่วยเสริมเมตตามหานิยม
เชื่อว่าช่วยเสริมแรงดึงดูดทางสังคม
8.3 ความเชื่อด้านการติดต่อผู้คน
ใช้ในการเจรจา
ใช้ในการค้าขาย
ใช้ในการขอความช่วยเหลือและความร่วมมือ

FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. สีผึ้งพระนางมัทรีเด่นด้านใด?
เด่นด้านเมตตามหานิยม เสน่ห์ การเจรจา และค้าขาย
2. ต้องป้ายสีผึ้งหรือไม่?
ไม่จำเป็น พกทั้งตลับได้
3. มีคาถาหรือไม่?
มีคาถากำกับบนฝาตลับ
4. ต้องตั้งนะโมก่อนหรือไม่?
ไม่ต้องตั้งนะโม
5. ใช้ด้านความรักได้หรือไม่?
ตามความเชื่อใช้เสริมเมตตาและเสน่ห์ได้
6. ใช้ด้านการงานได้หรือไม่?
ใช้เสริมการเจรจาและประมูลงานได้
7. ยันต์นะอกแตกคืออะไร?
ยันต์ประจำตำรับที่สื่อถึงความรักของพระนางมัทรี
8. ทำไมต้องเป็นสีแดง?
ตามตำราเชื่อมโยงกับว่านละหุ่งแดงและสัญลักษณ์แห่งหัวใจ
9. กลิ่นมะลิป่ามีความหมายอย่างไร?
เป็นกลิ่นประจำตำรับตามความเชื่อของวิชา
10. มีข้อห้ามหรือไม่?
มี ข้อห้ามสำคัญคือห้ามแบ่งสีผึ้งให้ผู้อื่น
11. ราคาเช่าบูชาเท่าไร?
1,000 บาท
12. พกสูงพกต่ำได้หรือไม่?
ได้ ตามข้อมูลผู้จัดสร้าง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้