ยาพม่ารูป "อาจารย์แขก"

23 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ยาพม่ารูป "อาจารย์แขก"

ยาพม่ารูป "อาจารย์แขก"


อาจารย์แขกนับเป็นคนแรก ๆ
ที่นำเข้ามาสู่ประเทศไทย
และนับเป็นคนแรก ๆ ที่เข้าไปศึกษา
การสร้าง สายคัมภีร์ปถมังสิทธิ
ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีการแตกแขนงออกมา
มีหลายสาย หลายแขนงมาก
บางคนก็เรียกสายตัวเองว่า สายส่วยหยิ่นจ่อ
มีหลายสาย แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน
.
วิชาสายพม่า อาจารย์แขกจะไม่ค่อยสร้างขึ้นมา
เพราะมันมีเหตุ ปัจจัยหลายอย่าง
ถ้าจะสร้างให้ได้ผลจริง มันค่อนข้างทำยาก ถึงยากมาก
อาจารย์แขกจึงไม่ค่อยสร้างวัตถุมงคล แนวสายพม่า
.
ครั้งสุดท้ายที่อาจารย์แขกทำ
ตอนที่เดินทางไปที่เชียงตุง ทำพิธีที่วัดอินทร์บุปผาราม
อาจารย์แขกได้ทำยาพม่าขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น
ยาพุทธะ ยาพุทธะเจติยะ ยาสิวลี ยาสิวลีขี่แพะ ยาเสือ
ทำครั้งนี้นเป็นครั้งสุดท้าย ที่มีการทำยาพม่าขึ้นมา
แบบเป็นทางการ หมดแล้วหมดเลย เพราะไม่สามารถ
ทำเพิ่มได้ ฉนวนมวลสารแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน
..
ยาพม่าที่ทำขึ้นมาใหม่
เหตุผลที่ทำขึ้นมาใหม่ เพราะมันเป็นไปตาม
กลไกลของหลักการเรียน "สายวิชาธัมมเจติยะ"
.
รูปยาพม่านี้เป็นรูป "อาจารย์แขก"
ที่ใส่ชุดสย่า และสร้างจากยาพม่าล้วน ๆ
มีขนาดไม่ใหญ่มาก
.
มวลสารหลักในการทำ
ยาพม่าชุดนี้ชื่อ "คุรุปัทถะมะ"
คุรุ แปลว่า ครู
ปัทถะมะ แปลว่า เริ่มต้น
คือการเริ่มต้นในการสร้าง
รูปเคารพขององค์ครูขึ้นมา
.
ชนวลมวลสารหลัก คือยาครูทั้ง 10
เป็นยาครูทั้ง 10 ท่าน ที่มีชื่อ
โป๊ะโป๊ะอ่อง
โป๊ะมินข่อง
โป๊ะต่อเอ
โป๊ะต่อบิว
โป๊ะต่อปุ้ย
สัจจะยามิน
สังขวิชา
อ่องวิชา
เส่วิชา
มหาโอสถวิชา
(ฮู้ทั้ง 10 ในวิชาสายธัมมะเจติยสิทธิ)
.
สร้างจากยาสิทธิทั้ง 10 ประการ ของครูทั้ง 10
1 องค์ ได้ยาครูทั้ง 10 ชนิด
.
เหตุผลว่าทำไมต้องใส่ยาครูทั้ง 10 ลงไป
คุรุ คือ ครู ต้องเป็นปฐมเหตุแห่งครูทั้ง 10 ก่อน
คุรุปัทถะมะ คือครูทั้ง 10 รวมถึง
อาจารย์แขก เป็นคนที่ 11 ในรุ่นนี้
.
อาจารย์แขกจึงสร้างเป็นรูปอาจารย์แขก
โดยที่อาศัยแรงครูจากครูบาอาจารย์ทั้ง 10
ทำขึ้นมาเป็นรูปเคารพ อาจารย์แขก
ต้องหวังพึ่งพุทธคุณแห่งครูทั้ง 10 ท่าน
.
ที่สำคัญคือ
นอกจากใส่ยาครูทั้ง 10
เนื่องจากเป็น "ปัทถะมะ" คือ ขั้นที่ 1
ได้ใส่ยาหนักไปในเรื่องเมตตา
เมตตา คือ
ใส่ยาสุรสตรีชั้นสูง ทั้ง 25 ปาง
ใส่ยาสิวลี 16 ปาง
.
ชนวนมวลสารที่ใส่
ครั้งนี้ที่ทำขึ้นมา เก็บชนวนมวลสาร
คือขันธ์ครู ที่ผ่านการไหว้ครูมาแล้ว
ตั้งแต่ปี 52 จนถึงปี 62 รวม 10 ปี
เป็นผงจากขันธ์ครู เป็นผงดอกไม้
ที่เรียกว่า "พรรณประการ"
หรือปันปอง ของพม่า ครบ 10 ปี
.
พานครู 1 พาน ประกอบด้วย
สวยดอก คือ ดอกไม้
สวยพลู คือใบพลู
มีพลู มีดอกไม้
เขาเชื่อดอกไม้ 1 ดอก
แทนเทพเทวา 1 องค์
.
ขันธ์ครูมีทั้งหมด 3 ขันธ์
1. ขันธ์พิฆหนูราชา
2. ขันธ์ 108
3. ขันธ์ครูพยัคฆ์
(ขันธ์ที่อยู่ในสำนักอาจารย์แขก
เก็บมวลสารมาครบ 10 ปี)
.
รูปลักษณ์คือปัทถะมะ ว่าด้วยการเดินธาตุ
รูปทรงจะเหมือนรูปบูชาไม้แกะของอาจารย์แขก
มีอุดพระบูชาข้างในทุกองค์
.
ที่สำคัญ ยาพม่ารุ่นนี้ เป็นยาครู ต้องปิดทอง
ปิดทองแท้ ปิดเฉพาะตัวด้านหน้าแต่ละองค์
.
เหตุผลที่ปิดทองด้านหน้า ไม่ปิดทั้งองค์
เพราะจะได้เห็นข้างหลังว่าเป็นยันต์
ของสายวิชาธัมมเจติยะ
.
ด้านหลัง
เป็นยันต์กำเนิด ประจำตัวอาจารย์แขก
ให้มันก่อเกิดขึ้นมา
ฝังพลอย ฝังแร่ เอาไว้
มีชื่ออาจารย์แขกด้านหลัง
อาจารย์แขก สร้างยาปัทถะมะ ขึ้นมาเป็นยาแรก
เพื่อสร้างยาชุดนี้ขึ้นมาเป็นยาแรก
เน้นหนักในเรื่อง บารมี อำนาจ
เมตตามหานิยม เพราะสุรสตรี สิวลี
เป็นทั้งโชคดี และโชคลาภ
.
มันบอกความเป็นตัวตนของอาจารย์แขกได้ดี
.
พกติดตัวได้ ต้องพกสูงมาก
ไม่มีข้อห้าม เพราะเราไม่ได้สักในตัว
.
คาถาบูชา
สัง กุ่ง ปะ มะ ยะ
พระเจ้าทั้ง 5
.
ที่ก้น รันเลข ทุกองค์
(เป็นครั้งแรก ที่ยาพม่ารันเลข)
.
คนที่ชอบยาพม่า
จะดีตรงที่ว่า เราไปไหน
เทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายดี
จะมาอวยพรเราอยู่เสมอ
ตลอดเวลา
.
บูชา องค์ละ 1000 บาท
...
รายได้ จะนำมาสร้างองค์ใหญ่
จะนำมาสร้างครูพม่าองค์ใหญ่ 10 องค์
ไว้ที่สำนักใหม่ หล่อเป็นโลหะ
.
ใครที่มีความเชื่อ
ความศรัทธาในสายวิชาธัมมเจติยะ
เปรียบประดุจว่าคุณได้บูชาครูในการที่เอารายได้
ไปหล่อองค์ใหญ่
.
ในประเทศไทย อาจารย์แขก
คือผู้ที่บัญญัติ "ธัมมเจดีย์สิทธิ"
ที่มีครูทั้ง 10 องค์ อย่างเป็นทางการ
และได้นำมาเผยแพร่เป็นคนแรก
.
อาจารย์แขกไปเรียน "สายธัมมเจติยะสิทธิ"
พูดสั้น ๆ ในภาษาไทย คือ "สายธัมมเจดีย์"
.
บูรพาจารย์ในสมัยอดีต
คือเป็นผู้ที่สร้างวิชาขึ้นมา
สำเร็จด้วยตัวเองได้ทั้งหมด ทั้ง 10 คณาจารย์
ตั้งแต่ "โป๊ะมินข่อง" โป๊ะโป๊ะอ่อง"
.
โป๊ะมินข่อง และโป๊ะโป๊ะอ่อง
ทุกคนจะรู้จักมากเพราะในพม่าปัจจุบัน
บูชา 2 ท่านนี้ ประดุจเป็นเทพเจ้า
ที่ยังมีชีวิตอยู่ เหมือน
"พระครูเทพโลกอุดร"
ในสายของไทยเรา
.
และในความเชื่อในสายปถมัง
ก็คือสายธัมมเจติยะสิทธิ
หรือสายนิกายธัมมเจดีย์
ก็ยังมีความเชื่อว่าบูรพาจารย์
ทั้ง 2 ท่านนี้ ก็ยังมีชีวิตอยู่
.
เนื่องจากมีหลักฐานยืนยัน
ว่าตอนที่พายุนาร์กิส ลงเมืองย่างกุ้ง
ได้ครูบาอาจารย์ทั้งสองท่าน
คือโป๊ะโป๊ะอ่อง เขาเชื่อว่า
ได้ออกมาบอกนายพลในสมัยนั้น
ให้ทำการย้ายเมืองจากย่างกุ้ง
ไปมัณฑะเลย์ ก่อนล่วงหน้า 1 ปี
เพราะจะมีพายุกระหน่ำ ลงมา
ในเมืองย่างกุ้ง ทำให้ประชาชน
บาดเจ็บ ล้มตาย เป็นจำนวนมาก
.
จากการที่ท่านออกมาสั่ง และนายพล
ได้ปฏิบัติตาม ทำให้เห็นว่าพายุนาร์กิส
ที่ลงที่ย่างกุ้งส่งผลน้อยมาก กับประชาชน
ของชาวพม่าที่อยู่อาศัย
.
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ปัจจุบันนี้หลากหลาย
ในประเทศไทยก็คือ ของเก่า ยา
เครื่องรางของขลัง ในเมืองย่างกุ้งทั้งหมด
ที่มีการย้ายเมืองหลวง ถูกนำเข้ามาสู่
ฝั่งประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
.
และเกิดการค้นคว้าจากครูบาอาจารย์ของไทย
หลาย ๆ กลุ่ม หลาย ๆ สำนัก จนตั้งสำนัก
ของตัวเองตามแต่ที่ใครจะคิดได้
.
แต่วิชาสายธัมมเจติยะสิทธิ
มีครูทั้งหมด 10 ท่าน
มีคัมภีร์หลักทั้งหมด 10 เล่ม
.
นิกายธัมมเจติยะสิทธิ และมีครู 10 ท่าน
ให้คุณรู้ไว้เลยในประเทศไทย
"อาจารย์แขก"
คือผู้นำมาเผยแพร่คนแรก
.
ครู 10 ท่าน ไม่ว่าอยู่ในคัมภีร์เล่มใดก็แล้วแต่
ไม่มีระบุบอกถึงบางท่าน ในครูบาอาจารย์
ทั้ง 10 ท่านนี้ แต่ชื่อของชื่อครูบาอาจารย์
ทั้ง 10 ท่าน มีอยู่ในศิลาจารึกของเจดีย์
ที่มียาพม่า แตกออกมาในบางกรุ
แล้วครบทั้ง 10 ท่าน
.
จนได้ประวัติความเป็นมาเป็นไป
ของสายธัมมเจติยสิทธิ
ตอนที่ เจดีย์รูปหนึ่งที่เมืองยอแตก
และมีแผ่นลานทองออกมา
บอกถึงชื่อครูบาอาจารย์
บอกถึงยุค บอกถึงประวัติ
ความเป็นมาเป็นไปของนิกาย
ธัมมเจติยสิทธิ อย่างเป็นทางการขึ้นมา
.
รูปพ่อครูทั้ง 10 ถูกวาดโดยช่างที่ จังหวัดยะลา
โดยคำบอกเล่าจากอาจารย์แขกทั้งหมด
.
ครูทั้ง 10 ท่านที่ถูกนำมาเรียงกัน
ทั้ง 10 องค์ ที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์
รูปใบนั้น "วาดโดยอาจารย์แขก"
.
โดยอาจารย์แขกขึ้นโครง รูปร่าง
แล้วให้ช่างที่ จ.ยะลา ชื่อ "ช่างไผ่"
เป็นคนวาด เก็บรายละเอียดทั้งหมด
.
เพราะฉะนั้น..
ถ้าถามว่าคนที่บัญญัติ ธัมมเจดีย์สิทธิ
ที่มีครูทั้ง 10 องค์ อย่างเป็นทางการ
พูดได้เต็มปากว่า "คืออาจารย์แขก"
.
ส่วนตัวอาจารย์แขก ได้บวช
ในวิชาธัมมเจติยสิทธิ อย่างเป็นทางการ
พร้อมกับมีชื่อ หรือฉายา ออกมาแบบชัดเจน
มีการสืบสายวิชากันอย่างชัดเจนที่สุด
.
อาจารย์แขก ไม่ค่อยได้นำวิชาสายพม่า
มาเผยแพร่ ด้วยมูลเหตุที่ว่า
ปัจจุบันมีบุคคล หลายบุคคล นำมาเผยแพร่
และไม่ตรงกับอาจารย์แขก ไม่ตรงกับความรู้
ที่อาจารย์แขกรู้ อาจารย์จึงได้เก็บความรู้
ไว้กับตนเอง โดยที่ไม่ออกไปเผยแพร่ใคร
.
ถ้าคุณสืบค้นเข้าไปให้ลึก คุณจะรู้ว่า
วิชาธัมมเจติยสิทธิ หรือยาพม่า
ที่พวกคุณใช้กันทุกวันนี้
คนที่นำมาเผยแพร่หลัก ๆ คือใคร
.
อาจารย์แขกนำมาเผยแพร่
ก็ไม่ได้นำมาบอกในโลกออนไลน์
ให้คนรุ่นใหม่ เข้าใจ
.
อยากให้คุณจำไว้ว่า คนที่นำมาเผยแพร่เป็นคนไทย
คุณไม่รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีเขาเลย
1. คุณไม่รู้ภาษา
2. คุณไม่รู้ตัวหนังสือ
3. คุณไม่รู้ซึ่งศาสตร์พิธีกรรม
แม้กระทั่งของบางชนิดที่ใช้ในการไหว้ครู
บางอย่างคุณก็ไม่รู้
.
จากที่อาจารย์เห็นในโลกออนไลน์ปัจจุบัน
ของที่ใช้ไหว้ครู
คุณถอดมาจากการไหว้ "นัตโบโบยี"
ที่พม่า ก็คือเป็นของที่อยู่ในขันธ์ครู
ของการไหว้เทพโบโบยี
(เทพทันใจ ที่พม่า) ไม่ว่าจะเป็นหมาก
ไม่ว่าจะเป็นกล้วย
ที่คุณนำมาบูชา มันเป็นการบูชาเทพของพม่า
------------------------------
------------------------------
ประวัติของผงครูทั้ง 10
.
ผงครูทั้ง 10 อยู่ในเจดีย์แตกมาจากเมืองยอง
พ.ศ. 1116 (1,419 ปี) ได้ผงเก่าทั้งหมด
ของครูทั้ง 10 ทั้งโหลอยู่กับอาจารย์แขก
.
การใส่ผงมีอัตราส่วนในการใส่
จะมีตัวตวงของพม่า เขาเรียก "จ๊อย"
อัตราตวงเรียกเป็นจ๊อย 1 จ๊อย
สามารถสร้างได้ 48,000 องค์
.
ยานี้เป็นหนึ่งในสิบ ยังไม่รวมสุรสตรี ไม่รวมสิวลี
.
ยานี้ชื่อยา "สัตจะะยามิน"
.
เหตุผลที่ได้ยานี้มา เพราะอาจารย์แขก
บูรณเจดีย์ลูกนี้ไปจำนวนเงิน สามล้านแปดบาท
ถึงได้ยาข้างในมา เป็นยาสมบูรณ์อยู่ 5 เม็ด
อยู่ครบทั้ง 5 เม็ด ที่เหลือเป็นผงทั้งหมด
.
ครูบาอาจารย์นำผงทั้งหมด มีศิลาจารีก
มีแผ่นลานทอง มีแผ่นลานเงิน ของเมืองยอง
วิธีการบอกถึงประวัติที่มา พ.ศ.
อาจารย์ได้สร้างขึ้นมาใหม่ 108
และบรรจุกลับเข้าไปตอนที่บูรณะเจดีย์
(นำผงที่แตกหักนำมารวบรวม พร้อมกับหา
ชนวนมวลสารในตำราใหม่ 108
มาผสมรวมกันทั้งหมด
และบรรจุในตลับเงิน 108
และสร้างเพิ่มอีก 1,000 ใส่ในโถแก้ว
เท่ากับมี 1,000 กับ 108 ของเก่าที่ผสมใหม่แล้ว
.
ด้านในใส่พระธาตุ ยาพม่าชั้นสูง
ข้างในจะมีสารีริกธาตุ
บรรจุเข้าไป
.
ส่วนยา 1,000 ไม่มีพระธาตุ และบรรจุเข้าไป
.
และผงที่เหลือจากการทำยา 1,000 อยู่ที่อาจารย์แขก
ทั้งหมด จึงได้นำมาเป็นมวลสาร จึงนับเป็น 1 อาจารย์
ยานี้นับเป็นยาสัจจะยามิน
.
รวมถึงหล่อพระเนื้อนวะโลหะ
บรรจุเข้าไปด้วยในแต่ละทิศ
วิชาสายธัมมเจติยะ เป็นแบบนี้
.
ยาที่นำมาทำ เป็น 1 ใน 10 ยังไม่ใช่ทั้งหมด
.
ไม่สามารถตีเป็นเงินได้
เพราะผงที่นำมาทำยาพม่ากลับเข้าไป
ในเจดีย์ยาสัตตะเจดีย์กลับเข้าไป เช่นอาจารย์แขก
สำเร็จวิชาแมลงภู่ กับสุรสตรี ของพม่า
นำผงยาแมลงภู่กับสุรสตรีมาร่วมสร้างกับเขา
ผงที่ทำมาทั้งชีวิตตีเป็นตังค์ไม่ได้
และครูบาอาจารย์ที่มาร่วมกันทำร้อยกว่าอาจารย์
นำมารวมกัน
.
พระชุดนี้ไม่มีการนำมาทำใหม่
.
ถือเป็นชนวนมวลสารที่โบราณ
เป็นยาโบราณที่ถูกนำมาสร้างใหม่
ให้เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ของสายวิชาธัมมเจติยะ
----------------------------
บูชา องค์ละ 1000 บาท
แบบเลี่ยม 1,200 บาท
แบบเลี่ยมแถมแหนบห้อยพระให้ไปด้วยค่ะ
----------------------------
----------------------------
ร้านมีตังค์สงขลา
วัตถุมงคล อ.แขก รือเสาะ
Line ID : @meetangsongkhla
คลิ๊กลิ้งค์ด้านล่างได้เลยคะ
https://lin.ee/1TKMBgc
แอดแล้วทักเข้ามาสอบถามได้คะ
โน้ตยินดีให้บริการทุกท่านค่ะ
โทร. 089-462-0910
----------------------------

ยาพม่าคุรุปัทถะมะ รูปเคารพอาจารย์แขก สายธัมมเจติยะสิทธิ
สรุปข้อมูลสำคัญ
ยาพม่าคุรุปัทถะมะ เป็นรูปเคารพอาจารย์แขกในชุดสย่า
สร้างจากยาพม่าล้วน ๆ ตามสายวิชาธัมมเจติยะสิทธิ
คำว่า “คุรุ” แปลว่า ครู
คำว่า “ปัทถะมะ” แปลว่า เริ่มต้น
มวลสารหลักคือยาครูทั้ง 10 สายธัมมเจติยะสิทธิ
รวมอาจารย์แขกเป็นครูลำดับที่ 11 ในรุ่นนี้
ใส่ยาสุรสตรี 25 ปาง และยาสิวลี 16 ปาง
ใช้ผงขันธ์ครูที่ผ่านพิธีไหว้ครูสะสมตั้งแต่ปี 2552-2562 รวม 10 ปี
ด้านหลังเป็นยันต์กำเนิดประจำตัวอาจารย์แขก
มีการฝังพลอย ฝังแร่ และรันเลขทุกองค์
ต้องพกสูงมาก
คาถาบูชา: “สัง กุ่ง ปะ มะ ยะ”
บูชาองค์ละ 1,000 บาท
แบบเลี่ยม 1,200 บาท พร้อมแหนบห้อยพระ
1. ยาพม่าคุรุปัทถะมะคืออะไร
1.1 ความหมายของคุรุปัทถะมะ
“คุรุ” หมายถึง ครู
“ปัทถะมะ” หมายถึง การเริ่มต้น
คุรุปัทถะมะ หมายถึง การเริ่มต้นสร้างรูปเคารพแห่งองค์ครู
เป็นวัตถุมงคลสายยาพม่าที่เน้นพลังครูและเมตตามหานิยม
1.2 จุดเด่นของรุ่นนี้
เป็นรูปอาจารย์แขกในชุดสย่า
สร้างจากยาพม่าล้วน ๆ
รวมยาครูทั้ง 10
มีผงขันธ์ครูสะสม 10 ปี
เป็นยาพม่ารุ่นแรกที่มีการรันเลข
2. สายวิชาธัมมเจติยะสิทธิคืออะไร
2.1 ความหมายของสายธัมมเจติยะสิทธิ
เป็นสายวิชาพม่าที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ปถมังสิทธิ
มีครูบาอาจารย์หลัก 10 ท่าน
มีคัมภีร์หลัก 10 เล่ม
เป็นสายวิชาที่เกี่ยวข้องกับยาพม่า รูปเคารพ และพิธีกรรมครู
2.2 อาจารย์แขกเกี่ยวข้องกับสายนี้อย่างไร
อาจารย์แขกเป็นผู้ศึกษาวิชาสายธัมมเจติยะสิทธิ
เป็นหนึ่งในผู้เผยแพร่ยาพม่าสายนี้ในประเทศไทย
มีการบวชและสืบสายวิชาอย่างเป็นทางการตามข้อมูลบทความ
3. ครูทั้ง 10 สายธัมมเจติยะสิทธิ
3.1 รายชื่อครูทั้ง 10
โป๊ะโป๊ะอ่อง
โป๊ะมินข่อง
โป๊ะต่อเอ
โป๊ะต่อบิว
โป๊ะต่อปุ้ย
สัจจะยามิน
สังขวิชา
อ่องวิชา
เส่วิชา
มหาโอสถวิชา
3.2 ความสำคัญของครูทั้ง 10
เป็นครูหลักในสายธัมมเจติยะสิทธิ
เป็นที่มาของยาครูทั้ง 10
ใช้เป็นมวลสารหลักในการสร้างคุรุปัทถะมะ
เชื่อว่าเป็นพลังครูที่คุ้มครองและอวยพรผู้บูชา
4. มวลสารหลักของยาพม่าคุรุปัทถะมะ
4.1 ยาครูทั้ง 10
ใช้ยาสิทธิ 10 ประการ
เป็นตัวแทนพลังครูทั้ง 10 ท่าน
1 องค์ประกอบด้วยยาครูทั้ง 10 ชนิด
4.2 ยาสุรสตรี 25 ปาง
ใส่เพื่อเสริมเมตตามหานิยม
เสริมเสน่ห์
เสริมความนิยมชมชอบ
เหมาะกับผู้ที่ต้องพบปะผู้คน
4.3 ยาสิวลี 16 ปาง
ใส่เพื่อเสริมโชคลาภ
เสริมความสำเร็จ
เสริมความคล่องตัว
เสริมความอุดมสมบูรณ์
5. ผงขันธ์ครู 10 ปี
5.1 ที่มาของผงขันธ์ครู
เก็บจากขันธ์ครูที่ผ่านพิธีไหว้ครู
สะสมตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2562
รวมระยะเวลา 10 ปี
เป็นผงดอกไม้หรือ “พรรณประการ” / “ปันปอง” ตามสายพม่า
5.2 ขันธ์ครูทั้ง 3
ขันธ์พิฆหนูราชา
ขันธ์ 108
ขันธ์ครูพยัคฆ์
5.3 ความหมายของพานครู
มีสวยดอก คือ ดอกไม้
มีสวยพลู คือ ใบพลู
ดอกไม้ 1 ดอกแทนเทพเทวา 1 องค์ตามความเชื่อ
6. รูปลักษณ์ของยาพม่ารุ่นนี้
6.1 รูปทรง
เป็นรูปอาจารย์แขก
ใส่ชุดสย่า
ขนาดไม่ใหญ่มาก
รูปทรงอิงแนวรูปบูชาไม้แกะของอาจารย์แขก
6.2 ด้านหน้า
ปิดทองแท้เฉพาะด้านหน้า
เป็นยาครู จึงต้องปิดทองตามแนวความเชื่อ
ไม่ปิดทองทั้งองค์ เพื่อให้เห็นยันต์ด้านหลัง
6.3 ด้านหลัง
เป็นยันต์กำเนิดประจำตัวอาจารย์แขก
มีชื่ออาจารย์แขก
ฝังพลอย
ฝังแร่
สื่อถึงการก่อเกิดและพลังประจำตัวครู
6.4 ก้นองค์
รันเลขทุกองค์
เป็นครั้งแรกที่ยาพม่ามีการรันเลขตามข้อมูลบทความ
7. พุทธคุณและความเชื่อ
7.1 ด้านบารมีและอำนาจ
เสริมบารมี
เสริมอำนาจ
เสริมความน่าเชื่อถือ
เสริมพลังครูคุ้มครอง
7.2 ด้านเมตตามหานิยม
เสริมเมตตา
เสริมเสน่ห์
เสริมความนิยมชมชอบ
เหมาะกับงานพบปะผู้คน
7.3 ด้านโชคลาภ
เสริมโชคลาภ
เสริมโอกาสทางการเงิน
เสริมความคล่องตัว
เสริมความสำเร็จ
7.4 ด้านการคุ้มครอง
เชื่อว่าเทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายดีจะอวยพร
เสริมความเป็นสิริมงคล
เสริมกำลังใจและความมั่นคงทางจิตใจ
8. วิธีพกและคาถาบูชา
8.1 วิธีพก
พกติดตัวได้
ต้องพกสูงมาก
ไม่มีข้อห้ามเหมือนการสักในตัว
เหมาะสำหรับผู้ศรัทธาสายครูพม่า
8.2 คาถาบูชา
“สัง กุ่ง ปะ มะ ยะ”
หมายถึงพระเจ้าทั้ง 5 ตามเนื้อหาเดิม
ใช้ระลึกถึงครูและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายดี
9. ประวัติผงครูทั้ง 10
9.1 ที่มาจากเมืองยอง
ผงครูทั้ง 10 มาจากเจดีย์แตกที่เมืองยอง
ระบุปี พ.ศ. 1116 ตามข้อมูลบทความ
มีอายุประมาณ 1,419 ปีตามเนื้อหาเดิม
พบศิลาจารึก แผ่นลานทอง และแผ่นลานเงิน
9.2 ยาสัจจะยามิน
เป็นหนึ่งในยาครูทั้ง 10
อาจารย์แขกได้รับจากการบูรณะเจดีย์
มีทั้งเม็ดยาสมบูรณ์และผงยาโบราณ
นำผงที่เหลือมาเป็นมวลสารในการสร้างรุ่นนี้
10. การบูรณะเจดีย์และการสร้างยาใหม่
10.1 การบูรณะเจดีย์
อาจารย์แขกบูรณะเจดีย์เมืองยองตามข้อมูลบทความ
มีการสร้างยาใหม่ 108 และ 1,000 เพื่อบรรจุกลับเข้าไป
บางส่วนบรรจุพระธาตุและสารีริกธาตุ
10.2 ความสำคัญของผงยาโบราณ
เป็นยาโบราณที่นำมาสร้างใหม่
ใช้เป็นชนวนมวลสารประวัติศาสตร์ของสายธัมมเจติยะ
ไม่สามารถสร้างซ้ำแบบเดิมได้ง่าย
11. จุดประสงค์การจัดสร้าง
11.1 สร้างรูปเคารพครู
เพื่อเริ่มต้นการสร้างรูปเคารพองค์ครู
เพื่อรวมพลังครูทั้ง 10 กับอาจารย์แขก
เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้บูชาครูสายธัมมเจติยะสิทธิ
11.2 รายได้นำไปทำอะไร
นำไปสร้างครูพม่าองค์ใหญ่ 10 องค์
หล่อเป็นโลหะ
ประดิษฐานไว้ที่สำนักใหม่ตามข้อมูลบทความ
12. รายละเอียดราคา
12.1 แบบปกติ
บูชาองค์ละ 1,000 บาท
12.2 แบบเลี่ยมพร้อมใช้
บูชา 1,200 บาท
แถมแหนบห้อยพระ
13. ติดต่อบูชาวัตถุมงคล
13.1 ร้านมีตังค์สงขลา
วัตถุมงคล อ.แขก รือเสาะ
Line ID: @meetangsongkhla
แอดไลน์: https://lin.ee/1TKMBgc
โทร: 089-462-0910
โน้ตยินดีให้บริการทุกท่าน
14. ความเชื่อเกี่ยวกับยาพม่าคุรุปัทถะมะ
14.1 ความเชื่อหลัก
เป็นรูปเคารพครูสายพม่า
เป็นวัตถุมงคลสายธัมมเจติยะสิทธิ
รวมพลังยาครูทั้ง 10
เสริมบารมี อำนาจ เมตตามหานิยม และโชคลาภ
เทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายดีอวยพรผู้พกตามความเชื่อ
เหมาะกับผู้ศรัทธาครูบาอาจารย์สายยาพม่า
15. ข้อควรระวังในการบูชา
15.1 ข้อควรทราบ
ความเชื่อเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล
ควรใช้วิจารณญาณในการบูชา
วัตถุมงคลไม่สามารถทดแทนความขยัน ความสามารถ และการวางแผนชีวิต
ควรพกสูงมากตามคำแนะนำของผู้สร้าง
ไม่ควรนำไปใช้ในทางลบหรือทำร้ายผู้อื่น
ข้อมูลด้านตำนาน คำบอกเล่า และสายวิชาควรแยกจากข้อมูลประวัติศาสตร์
ควรบูชาด้วยความเคารพต่อครูบาอาจารย์


FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. ยาพม่าคุรุปัทถะมะคืออะไร
เป็นรูปเคารพอาจารย์แขกในชุดสย่า สร้างจากยาพม่าล้วน ๆ และยาครูทั้ง 10 สายธัมมเจติยะสิทธิ
2. คุรุปัทถะมะแปลว่าอะไร
คุรุแปลว่าครู และปัทถะมะแปลว่าเริ่มต้น หมายถึงการเริ่มต้นสร้างรูปเคารพองค์ครู
3. ยาพม่ารุ่นนี้เด่นด้านใด
เด่นด้านบารมี อำนาจ เมตตามหานิยม โชคลาภ และพลังครูคุ้มครอง
4. มวลสารหลักคืออะไร
ยาครูทั้ง 10 ยาสุรสตรี 25 ปาง ยาสิวลี 16 ปาง และผงขันธ์ครู 10 ปี
5. ครูทั้ง 10 มีใครบ้าง
โป๊ะโป๊ะอ่อง, โป๊ะมินข่อง, โป๊ะต่อเอ, โป๊ะต่อบิว, โป๊ะต่อปุ้ย, สัจจะยามิน, สังขวิชา, อ่องวิชา, เส่วิชา และมหาโอสถวิชา
6. ทำไมจึงมีอาจารย์แขกเป็นคนที่ 11
เพราะรุ่นนี้สร้างเป็นรูปเคารพอาจารย์แขก โดยอาศัยแรงครูจากครูบาอาจารย์ทั้ง 10
7. ด้านหลังองค์มีอะไร
มียันต์กำเนิดประจำตัวอาจารย์แขก ชื่ออาจารย์แขก พลอย และแร่
8. ต้องพกอย่างไร
ต้องพกสูงมากตามคำแนะนำในบทความ
9. มีคาถาบูชาหรือไม่
มีคาถา “สัง กุ่ง ปะ มะ ยะ”
10. มีการรันเลขหรือไม่
มีรันเลขทุกองค์ และเป็นครั้งแรกที่ยาพม่ารันเลขตามข้อมูลบทความ
11. แบบเลี่ยมมีอะไรให้บ้าง
แบบเลี่ยมราคา 1,200 บาท พร้อมแหนบห้อยพระ
12. ราคาบูชาเท่าไร
บูชาองค์ละ 1,000 บาท และแบบเลี่ยม 1,200 บาท
13. รายได้นำไปทำอะไร
นำไปสร้างครูพม่าองค์ใหญ่ 10 องค์ไว้ที่สำนักใหม่ตามข้อมูลบทความ
14. บูชาแล้วได้ผลแน่นอนหรือไม่
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความเชื่อ การปฏิบัติตน ความเพียร และเหตุปัจจัยของแต่ละบุคคล

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้